เรื่องน่ารู้ของน้ำมันมะกอก

เรื่องน่ารู้ของน้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกถูกใช้ในการประกอบอาหาร มาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 5,000 ปี โดยแหล่งปลูกมะกอกที่ขึ้นชื่อมากที่สุดในโลก คงหนีไม่พ้นประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแน่นอน จึงไม่แปลกที่ผู้คนเหล่านั้นจะนิยมรับประทานมะกอกและน้ำมันมะกอกกันอย่างแพร่หลาย   โดยประเทศที่ผลิตและส่งออกน้ำมันมะกอกรายใหญ่ที่สุด ได้แก่ สเปน ซึ่งสามารถผลิตได้มากถึง 1,359,200 ตันต่อปีเลยทีเดียว  และสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพที่พบมากในน้ำมันมะกอก คือ สารไฮดรอกซีไทโรซอล (Hydroxytyrosol) ซึ่งมีมากในน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบ 9 ขั้นตอน

 

น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil)

            เป็นน้ำมันมะกอกที่ผ่านกระบวนการ 9 ขั้นตอน ซึ่งทำให้น้ำมันมะกอกที่ได้มีคุณภาพดีที่สุดในโลก และให้สาร Hydroxytyrosol  และกรดไขมันโอเมก้า 9 ปริมาณสูงมาก (น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันธรรมชาติที่มีกรดไขมันโอเมก้า 9 สูงที่สุดในโลกสูงถึง 80 % ) ดังนั้น สารสกัดที่ได้จะมีสาร Hydroxytyrosol เข้มข้นที่สุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพและความงามอย่างแท้จริง ปัจจุบันมีนวัตกรรมการสกัดสาร Hydroxytyrosol  จากผลมะกอกให้ได้สาร Hydroxytyrosolที่เข้มข้นกว่าน้ำมันมะกอกชนิด Extra Virgin Olive Oil ทั่วไปหลายสิบเท่า ทำให้เราสามารถรับประทานสาร Hydroxytyrosolเข้มข้นเพียง 1 แคปซูล แต่จะได้รับสารเท่ากับการรับประทานน้ำมันมะกอกชนิด Extra Virgin Olive Oilถึง 80 แคปซูลเลยทีเดียว

 

คุณประโยชน์ของ Hydroxytyrosol ในน้ำมันมะกอกและสารสกัดจากผลมะกอก

          Hydroxytyrosolเป็นสารประกอบโพลีฟีนอล โมเลกุลเดี่ยว ที่พบได้ในน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์และน้ำที่ได้จากการบีบมะกอก มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ชะลอวัย และต้านโรคเรื้อรังได้หลากหลาย ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า ดูดซึมได้ดี (มีBioavailibilityสูง) ทำให้ออกฤทธิ์ในร่างกายได้ดี จึงส่งผลดีต่อร่างกายในหลายๆด้าน โดย Hydroxytyrosolมีคุณประโยชน์ ดังนี้

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง(เหนือกว่าวิตามินซี 166 เท่า และมีค่า ORAC สูงถึง 42,560) และดูดซึมได้ดี โดยสามารถตรวจพบ Hydroxytyrosol ในเลือดได้ หลังจากรับประทานไป 30 นาที – 1 ชั่วโมง
ช่วยกำจัดสารพิษ เพิ่มภูมิคุ้มกัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระเนื่องจาก Hydroxytyrosolช่วยเพิ่มระดับกลูตาไธโอนในร่างกาย ได้อย่างมีนัยสำคัญ
จากการศึกษาในเซลล์ผิวมนุษย์พบว่าเซลล์ผิวที่ได้รับสารไฮดรอกซีไทโรซอลจะมีการสร้างกลูตาไธโอนในเซลล์เพิ่มขึ้น  โดยปริมาณการสร้างจะมากขึ้นเมื่อได้รับสารไฮดรอกซีไทโรซอลมากขึ้น

ช่วยลดจุดด่างดำและความหมองคล้ำ  มีงานวิจัยว่าช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสและยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน
จากการศึกษาเปรียบเทียบสารในกลุ่มต้านอนุมูลอิสระในระดับเซลล์ซึ่งได้แก่ วิตามินซี กรดโคจิก ( Kojic acid) และ Hydroxytyrosol ผลพบว่า จะใช้ไฮดรอกซีไทโรซอลในปริมาณที่น้อยกว่าวิตามินซีและกรดโคจิกมาก เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานินที่เท่ากัน นั่นสามารถสื่อได้ว่า ไฮดรอกซีไทโรซอลยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ดีกว่าวิตามินซีและกรดโคจิกหลายสิบเท่า
การทดลองในหนูทดลองที่ให้รับรังสีUVB ในปริมาณควบคุม พบว่าหนูที่ได้รับ Hydroxytyrosolมีจำนวนเซลล์เมลาโนไซต์ ที่ทำหน้าที่ในการสร้างเม็ดสีเมลานินในปริมาณที่ต่ำกว่าหนูที่ไม่ได้รับ จึงส่งผลให้สีผิวดำขึ้นมากในหนูที่ไม่ได้รับ Hydroxytyrosol
ปกป้องผิวจากรังสี UVB และชะลอการเสื่อมของผิวพรรณ
ช่วยต้านการอักเสบของเซลล์ จึงช่วยชะลอความชรา และความเสื่อมต่างๆ ในร่างกาย
ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
ได้รับการรับรองจาก EFSA ซึ่งเป็นหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป(European Food Safety Authority) ให้สามารถกล่าวอ้างทางสุขภาพได้ว่า มีความสัมพันธ์ระหว่าง การบริโภคของสารโพลีฟีนอลในน้ำมันมะกอก (ที่มีการควบคุมปริมาณ Hydroxytyrosol และอนุพันธ์ ในปริมาณที่ชัดเจน) กับการป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการออกซิเดชั่นของ LDL ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจ
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระขั้นต้น ได้แก่ SOD, Glutathione peroxidase, Catalase
ช่วยต้านการเกิดมะเร็งตับ
ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบประสาท
ช่วยป้องกัน Metabolic syndrome และภาวะผิดปกติอื่นๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันในเลือดสูง และภาวะไขมันผิดปกติ

 

คุณประโยชน์ของกรดไขมันโอเมก้า 9 ในน้ำมันมะกอก Extra Virgin Olive Oil

1. ดีที่สุดในการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และผม เพราะไขมันที่ผิวหนัง และเส้นผมมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับกรดไขมันโอเมก้า 9 มากที่สุด

2  ปรับสมดุลของกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6

3. ปกป้องไขมันจากการจู่โจมของสารอนุมูลอิสระเท่ากับปกป้องทุกเซลล์ของร่างกายเพราะในทุกเซลล์มีไขมันเป็นส่วนประกอบ

4. ลดการอักเสบ ลดการหดตัวของหลอดเลือดและหลอดลม

5. ลดไขมันชนิดเลว ( LDL) เพิ่มไขมันชนิดดี ( HDL)

6.  ป้องกันโรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็ง ฯลฯ

 

วิตามินอีจากธรรมชาติ (Natural  Vitamin E)สกัดจากถั่วเหลือง  (อ้างอิงที่ 20)

วิตามินอีเป็นสารประกอลกลุ่ม Tocopherol เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ละลายในไขมัน ซึ่งมีคุณประโยชน์ดังนี้

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น นุ่มนวล
ป้องกันการแตกสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่แตกง่าย
จำเป็นต่อการเจริญและพัฒนาต่อเซลล์ประสาท
                                                                                                   

โทโคไตรอีนอลจากธรรมชาติ (Natural  Tocotrienol)สกัดจากผลปาล์มแดง

            เป็นอนุพันธ์หนึ่งของวิตามินอีที่พบได้ตามธรรมชาติ ได้แก่ น้ำมันจมูกข้าว ข้าวบาร์เล่ย์ข้าวไรน์และน้ำมันจากปาล์มสีแดง แต่ในน้ำมันจากปาล์มสีแดงจะมีปริมาณโทโคไตรอีนอลสูงที่สุดถึง 800 ppm ซึ่งมีคุณประโยชน์ดังนี้

มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่า วิตามินอี ถึง 60 เท่า
ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยลดความแข็งตึงของหลอดเลือด
ช่วยปกป้องระบบประสาทและช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้น
ช่วยเพิ่มจำนวนเส้นผม
 

ดังนั้น การเสริมน้ำมันมะกอกชนิด Extra Virgin Olive Oil (ที่มีโอเมก้า 9 สูง) และสารสกัดเข้มข้นจากผลมะกอกที่มี ไฮดรอกซีไทโรซอลเข้มข้น ควบคู่กับวิตามินอีธรรมชาติ (สกัดจากถั่วเหลือง) และโทโคไตรอีนอลจากธรรมชาติ (สกัดจากผลปาล์มแดง) จึงช่วยดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนวัย กระจ่างใส หลอดเลือดและหัวใจแข็งแรง ต้านเบาหวาน , ต้านมะเร็ง  ทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมอื่นๆ อีกมากมาย

 

*ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก เว็บไซต์บริษัทกิฟฟารีน

Powered by MakeWebEasy.com